[รีวิวฮอกไกโด] : ไปดูวิธีการทำสาเกที่โรงงาน Tanaka Sake Brewery โอตารุ

ร้านและโรงงานผลิตสาเก Tanaka Sake Brewery ที่ข้าเจ้าได้ไปนั้นมี 2 แห่ง แห่งแรกเป็นร้านขายสาเกเฉยๆที่ตอนแรกเข้าใจว่าโรงงานสาเกอยู่ที่นั่นด้วย แต่แล้วพอไปถึงรีบเข้าไปถามพนักงานว่ามีโรงงานด้วยใช่มั้ยเค้าบอกว่ามีแต่อยู่อีกที่นึง เอาๆ ไหนๆ ก็มาแล้วไปดูมันทั้งสองที่เลยละกัน

ร้านขายสาเกทานากะ ร้านนี้สามารถเดินมาทางเดียวกันกับ [รีวิวฮอกไกโด] : ตลาด Ringu Morning Maket ใช้เวลาเดินทางจากสถานีโอตารุ (Otaru Station) ประมาณ 1.5 กิโล ถือว่าไกลพอสมควรเนอะ

แต่ก่อนนั้นในเมืองโอตารุมีโรงผลิตสาเกเป็นจำนวนมากต่อมาต้นทุนการผลิตสูงขึ้นบางโรงงานก็ปิดตัวลง บางโรงงานก็เปลี่ยนมาทำแอลกอฮอล์ชนิดอื่น เช่น เบียร์ ไวน์ วิสกี้ (ในโอตารุยังมีโรงงานพวกนี้อยู่) จนในปัจจุบันเหลือเพียงโรงผลิตสาเกสาเกทานากะเพียงที่เดียว

แอ๊ดด เปิดประตูเข้ามาข้างใน โอโหร้านใหญ่โตมิใช่น้อย

ตรงนี้เป็นห้องสำหรับนั่งชิมสาเก พนักงานจะหยิบสาเกแช่เย็นมาใส่แก้วแล้วให้เราลองชิม

เหล้าทุกชนิดที่ผลิตจากโรงงานทานากะนั้นมีวัตถุดิบทั้งหมดมาจากฮอกไกโด ข้าวที่ใช้เป็นข้าวไวน์บริสุทธิ์ น้ำที่ใช้เป็นส่วนผสมที่สูบจากใต้ดินลึก 75 เมตร นอกจากสาเกแบบปกติแล้วที่นี่ยังผลิตเหล้าผลไม้ เช่น เหล้าบ๊วย ลูกพรุน ลูกท้อ บลูเบอร์รี่ หรือเหล้าอะโลเนียที่บำรุงสายตาด้วย

สาเก 3 ขวดนี้ที่ได้รับเลือกให้เป็น popular vote และอันซ้ายสุดคือ No.1 ของที่นี่ ซึ่งขุ่นพ่อก็ได้เลือกใส่ถุงมาเรียบร้อยแล้ว

สาเกขวดรูปกั๊ปปะ

ทั้งภายในและภายนอกยังคงอนุรักษ์ไว้ซึ่งความเก่าแก่

โซนนั่งดื่มสาเกแบบในสมัยก่อน

จากนั้นเราก็มาต่อกันที่โรงงานผลิตสาเกทานากะ (Tanaka Sake Brewery) เดินจากสถานีรถไฟมินามิโอตารุใช้เวลาประมาณ 10 นาที แต่ถ้าเดินมาจากร้านขายสาเกทานากะเลยก็ประมาณ 3 กิโล ผ่าน Sakaimachi Street ถนนที่มีร้านค้าต่างๆ เช่น ร้านเค้กLetao, พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุ (Music Box Museum)

โรงผลิตสาเกทานากะนั้นได้เริ่มกิจการมาร้อยกว่าปีแล้ว ตั้งแต่ยุคเมจิ ปีค.. 1899 (Meiji 32) แล้วย้ายมายังเมืองโอตารุโดยนำอาคารเก่าในสมัยโชวะ ปีค.. 1927 (Showa 2) มาบูรณะขึ้นใหม่ให้เป็นโรงกลั่นสาเกจนในปัจจุบันได้รับการประกาศให้เป็นอาคารทางประวัติศาสตร์ของเมืองโอตารุ และยังคงเหลือหนังสือ ป้ายตราต่าง ในสมัยโชวะจัดแสดงให้ชมอยู่ด้วย

ทางเดินเข้าโรงกลั่นก็มีถังหมักสาเกเรียงซ้อนกัน

เข้ามาด้านในชั้นล่างเป็นโซนของร้านค้า ส่วนชั้นบนเป็นวิธีการผลิตสาเกให้เข้าชมแบบฟรี

วิธีการผลิตสาเกคือจะใช้ข้าวสาร 500 กิโล นำมาขัดและทำความสะอาด วัน จากนั้นก็นำข้าวมานึ่ง นำส่วนผสมของข้าวสุก โคจิ (กล้าเชื้อ) น้ำมาหมักและกวนให้ได้ที่แล้วทำการสกัดเอาของเหลวออก สุดท้ายบรรจุลงในขวด เมื่อกระบวนการผลิตเสร็จสิ้นก็จะได้สาเจำนวน 4,000 ลิตร หรือ 3,000 ขวด

ของแข็งที่เหลือเรียกว่า กากสาเก ชิมแล้วจะมีรสชาติจืดๆ แต่ยังมีกลิ่นของสาเกอยู่ นำมาใช้ประโชน์มากมาย เช่น ต้มน้ำตาลใส่เกลือนิดหน่อยเป็นสาเกหวาน (Amazake) ปรุงอาหาร หรือนำบำรุงผิวพรรณก็ยังได้

ทุกอย่างจะต้องอยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสมในการทำสาเก ห้องหมักข้าวก็ต้องปลอดเชื้อด้วย

ข้าวที่ใช้ทำสาเกนั้นจะเป็นข้าวเฉพาะที่มีความแข็งกว่าข้าวทั่วไป ข้าวที่นำมารับประทานนั้นปกติปริมาณการขัดสีจะอยู่ที่ 90% ส่วนข้าวที่มาทำสาเกจะขัดสีน้อยกว่านั้นอยู่ที่ 70% หรือ 50% ลงมาขึ้นอยู่กับชนิดของสาเก

เมื่อนึ่งข้าวเสร็จแล้วจากนั้นจะนำข้าวไปผึ่งเพื่อลดความร้อนแล้วก็หมักข้าวกับยีสต์ที่เรียกว่าโคจิ

โรงผลิตทานากะแห่งนี้ใจะมีการผลิตสาเกตลอดทั้งปีและขายอาทิตย์ต่ออาทิตย์ ดังนั้นหากใครสนใจก็สามารถเข้ามาเยี่ยมชมโรงกลั่นแห่งนี้ได้ตลอดทั้งปีค่ะ

★★★สรุปโรงผลิตสาเกทานากะ(19/11/2018)★★★ หากใครชื่นชอบสาเก แอลกอฮอล์จากท้องถิ่นพร้อมชมวิธีการผลิตหล่ะก็มาที่โรงงานเลยดีกว่า เดินจาก พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุ (Music Box Museum) มาก็ไม่ไกลมาก แต่ห้องชมการผลิตจริงๆ แล้วมีอยู่นิดเดียวอาจจะไม่ค่อยน่าสนใจมากเท่าไหร่

 


🙂กดไลค์ & แชร์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ🙂

ติดตามรีวิวอื่นๆ ได้ที่ FACEBOOK : Me Diary 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s