About

จุดเริ่มต้น

ตั้งแต่ชั้นประถม เท่าที่จำความได้ สิ่งที่ชื่นชอบในชีวิตประจำวันคือ “การจดไดอารี่” ทุกครั้งที่ได้เขียนบันทึกมันทำให้รู้สึกถึงความทรงจำนั้นมันย้อนกลับคืนมา พร้อมทั้งยังหวนนึกถึงความรู้สึกนั้นได้ทุกครั้งที่กลับมาอ่าน

พ่อมักจะถามเสมอว่า “ที่ทำอยู่มีความสุขไหม” เรามองกลับมาที่ตัวเองแล้วก็พบกับคำตอบซึ่งก็อยู่ตรงหน้า นั่นคือการเก็บภาพความทรงจำในทุกๆ เรื่องราวความสุขที่ผ่านเข้ามาในชีวิต โดยเฉพาะการท่องเที่ยว

เคยเป็นไหม? เวลาไปเที่ยวกับทัวร์ หรือมีคนวางแผนเที่ยวให้โดยที่เราไม่ต้องทำอะไร พอเวลาผ่านไปเรากลับนึกไม่ออกเลยว่าเคยไปเที่ยวที่ไหนมาแล้วบ้าง เราคนนึงที่ชอบเป็นแบบนั้น เหมือนภาพโดนตัดเป็นตอนๆ อะไรแบบนั้น

จากความรู้สึกแบบนั้นทำให้เราเริ่มเป็นคนวางแผนท่องเที่ยวด้วยตัวเอง แล้วเราก็สนุกกับมันมาตลอด จนตอนนี้เพิ่งมาคิดได้ว่า ทำไมเราไม่ถ่ายทอดรายละเอียด ประสบการณ์ และช่วงเวลาดี ๆ เหล่านี้ ให้คนอื่นบ้าง เผื่อเป็นความรู้และอาจจะกลายเป็นความทรงจำดีๆ ของทุกคนไปด้วย

 

ทำไมเที่ยวบ่อยจัง

ที่บ้าน พ่อแม่ เริ่มแก่ขึ้น 60+ แล้ว เค้าเริ่มบ่นว่าอยากเที่ยว เพราะกลัวว่าแก่กว่านี้แล้วเที่ยวไม่ไหว สายตาก็ไม่ค่อยดีแล้ว เราเคยลองพาเค้าไปกับทัวร์ คราวนี้บ่นตลอดทาง ไม่ยอมไปอีก เพราะพ่อแม่เป็นคนชอบแวะดูนู่นดูนี่ ชอบเดินเล่นดูชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเมือง แถมเข้าห้องน้ำก็บ่อย เป็นไข้ก็ง่าย เพราะงั้นเราที่ทำอาชีพไกด์ฟรีแลนซ์อยู่แล้วก็เลยลองพาเค้าไปเที่ยวดู ทีนี้พอเค้าได้เที่ยวดั่งใจก็อยากให้พาไปเรื่อย ๆ ในฐานะลูก สิ่งไหนที่ทำให้ได้ก็อยากจะทำให้ แถมตัวเองยังได้เที่ยวด้วยนี่เนอะ อิอิ

 

ทำไมถึงเป็นไกดฟรีแลนซ์

อย่างที่บอกไว้ว่า เราเริ่มทำแผนท่องเที่ยว เริ่มพาพ่อแม่เที่ยว หลัก ๆ ก็ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลี  รู้ที่เที่ยวเยอะขึ้น หลัง ๆ เพื่อนพ่อ เพื่อนแม่ เพื่อนๆ ก็มาให้เราวางแผนเที่ยวให้บ้าง ให้พาไปเที่ยวบ้าง เริ่มต้นจากสิ่งที่รักกลายเป็นอาชีพเล็ก ๆ แต่การเป็นไกด์ที่ทุกคนชอบบอกเราว่าสบายได้เที่ยวด้วย คำว่า ได้เที่ยวด้วย อันนี้จริงอยู่ แต่คำว่าสบายนั้นไม่ใช่เลย การเป็นไก์ต้องใช้แรงกายแรงใจอย่างมาก เพราะทุกวันทำงานรวม ๆ แล้ว ประมาณ 10 ชม. ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เตรียมซื้อตั๋ว หาร้านอาหาร ต้องบริการอย่างดี พร้อมช่วยเหลือดูแลลูกค้าอยู่ตลอดเวลา หลัง ๆ มานี้เราเลยรับงานน้อยลง และช่วยหาไกด์คนอื่นพาเที่ยวแทน

 All by myself.