[รีวิวเที่ยวจีน2018]: Day 3 : เมืองจำลองราชวงศ์ซ่ง (宋城, Song Dynasty Town)

:+:+:+:Day3:+:+:+:

ดูแผนท่องเที่ยวที่นี่ –> สวนดอกไม้ >> เมืองจำลองราชวงศ์ซ่ง (宋城, Song Dynasty Town)

เมืองจำลองราชวงศ์ซ่ง (宋城, Song Dynasty Town) คือจุดหมายของเราในวันนี้ ในตอนวางแผนนั้นคิดว่าจะไปสวนดอกไม้กันก่อน แต่เมื่อวานในระหว่างที่ปั่นจักรยานเที่ยวรอบซีหูพวกเราก็ได้ไปสวนดอกบ๊วยแล้ว วันนี้เลยตรงไปที่เมืองจำลองกันเลยดีกว่า

พวกเราออกจากโรงแรม เปิด Google map ให้พาเราเดินมาถึงป้ายรถเมล์ No14 Middle School Fengqi Rd ที่ป้ายจะมีหน้าจอบอกเลยว่ารถเมล์หมายเลขอะไรกำลังจะมาถึง ทันสมัยดีจัง

วันนี้พวกเราจะนั่งรถเมล์หมายเลข 103/103B ซึ่งก็คือคันถัดไปนั่นเอง (ในป้ายไฟจะไม่ได้เขียน B แต่จะเขียนเป็นภาษาจีน)

ขึ้นมาบนรถเราก็สอดส่องหาป้ายเป็นอันดับแรก ทำไมคันนี้ไม่มีป้ายไฟที่เลื่อนบอกตำแหน่งเหมือนคันเมื่อวานหล่ะ เป็นเพียงกระดาษใส่กรอบโชว์ไว้

แต่ไม่เป็นไรหรอก พวกเราเตรียมตัวทำแผนท่องเที่ยวเอาไว้ก่อนแล้วนี่ และตัวช่วยเดี๋ยวนี้มีเยอะแยะ คราวนี้เราลองใช้ตัวช่วยคือแอพ Baidu ของจีนดู ซึ่งก็ไม่แตกต่างจาก Google map เท่าไหร่ แต่แอพ Baidu เป็นของจีนจึงบอกข้อมูลได้ละเอียด และบอกเวลาถูกต้องกว่า

และนี่คือสภาพบรรยากาศภายในรถเมล์ในตอนที่เราเพิ่งขึ้นมายืนโหนไปมา คนน้อยดีนะ เราคิดในใจ สักพักก็คงมีคนลุกออกไปเราก็จะได้นั่งกันละ แต่…เราคิดผิดอย่างแรง ป้ายถัด ๆ ไปก็มีคนขึ้นมาอีกๆ จนทุกคนถูกอัดกลายเป็นปลากระป๋องแล้ว

รถเมล์เริ่มขับออกนอกตัวเมือง ขึ้นเขาสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ และจอดที่สถานีนี้ที่คนลงเยอะมาก เราคิดว่าตรงนี้คงจะเป็นที่เที่ยวหลักแน่ ๆ ถ่ายรูปเก็บเอาไว้หน่อย เผื่อคราวหน้าได้มาอีก

ขณะที่รถเมล์ก็ยังแล่นและจอดตามป้ายไปเรื่อย ๆ เราก็ได้ยินเสียงประกาศบอกชื่อป้ายถัดไป “สถานีต่อไปเหม่ยจาอู(เป็นภาษาจีน) Next station Mei Jiawu” เราก็นึกขึ้นมาได้ อ้อที่นี่เองเหรอ ไร่ชาที่ทัวร์มักจะพาลูกค้ามาลง เรารีบยื่นหน้าออกไปดูรอบ ๆ คนเยอะมากกล้านแปด ทั้งทัวร์ทั้งคนเที่ยวเอง

เอาหล่ะขณะนี้คนก็ได้ลงรถกันไปเยอะแล้ว ยืนมาเกือบชั่วโมงนึงแล้ว ได้สัมผัสเก้าอี้ แต่…เพียงแค่ 3 วินาทีก่อนที่เราจะเปิดมือถือมาดูระยะทาง และแล้ว…ป้ายหน้าก็ถึงเวลาลงรถ ฮืออ

พอลงรถเมล์แล้วเราก็เดินย้อนกลับมา ข้ามถนนแล้วเดินต่อไปอีกหน่อย จุดเด่นที่เราเดินตามไปก็คือเจ้าภูเขาไฟที่อยู่ตรงหน้า

มาถึงหน้าทางเข้าเมืองแล้ว ดูท่าทางพวกเราจะมาเช้าคนน้อยดีจัง

ด้านหน้าทางเข้ามีตู้จ่ายเงินอัตโนมัติด้วย ขนาดอยู่นอกเมืองแบบนี้ยังใช้เทคโนโลยีทันสมัยทั้งหมด เราเดินเข้าไปอยากลองใช้ดูบ้าง แต่ทุกอย่างเป็นภาษาจีนเลยเดินกลับมาต่อคิวที่เคาน์เตอร์ธรรมดาเหมือนเดิม

เรายืนด้อม ๆ มอง ๆ เช็คราคาค่าเข้าซึ่งแตกต่างไปจากในเว็บที่เคยค้นหาข้อมูลมา ที่ป้ายเขียนไว้ว่า ผู้ใหญ่ ราคา 310 หยวน เหมือนจะแพงขึ้นกว่าเดิม 10 หยวนนะ

เราบอกทุกคนมาต่อแถวเรียงหนึ่งโชว์ตัวว่าเรามากันทั้งหมดกี่คน เพราะพนักงานจะให้เราเลือกโซนที่นั่งเพื่อเข้าไปดูโชว์ด้วย โดยราคานี้สามารถเลือกได้เฉพาะที่นั่งสีชมพูที่ไม่ใช่บริเวณด้านหน้าติดเวที

ได้ตั๋วมาแล้วก็ต้องเก็บไว้ให้ดี เพราะใช้สำหรับเป็นบัตรผ่าน และเข้าชมโชว์ด้วย ซึ่งในตั๋วนี้จะบอกไว้เลยว่าเราต้องเข้าชมโชว์ห้องที่ 1 โซนที่ 2 เวลา 15:30-16:30 แถว 7A ที่นั่งหมายเลข 56

ตั๋วอีกด้านหนึ่ง

ถึงเวลาเดินเข้าไปในเมืองซ่งกันแล้ว ตรงทางเข้าจะมีพนักงานแต่งชุดจีนสวยๆ มาคอยต้อนรับ

และคอยแสกนตั๋วให้เราผ่านเข้าไปด้วย

เดินเข้ามาก็จะพบกับศาลาแผนที่ และใบปลิวที่มีหลายภาษาให้เลือกหยิบ ยกเว้นไม่มีภาษาไทย ><

และนี่ก็เป็นแผนที่อันกว้างใหญ๋ในเมืองซ่งแห่งนี้ ซึ่งเราก็เพิ่งจะรู้ว่ามีทางเข้าอยู่ 2 ด้านด้วยกัน

ในขณะที่เรากำลังตรวจสอบเส้นทางบนแผนที่อยู่นั้น พี่ชายและขุ่นแม่ก็พากันไปที่ร้านน้ำมะม่วงหน้าทางเข้ามีชื่อร้านว่า “ฉันยุ่งมาก” ที่มีชื่อนี้เพราะเค้าเล่นคำพ้องเสียง ในภาษาจีน คำว่า “มะม่วง” อ่านว่า “หมางโก่ว” ซึ่งคำว่า “หมาง” หมายความว่า “ยุ่ง” นั่นเอง

ขุ่นนายแม่ของเราก็ได้พิชิต “หมางโก่ว” มาไว้ในมือเรียบร้อยแล้ว

พี่ชายผู้ที่สนใจอยากซื้อมาตั้งแต่เมื่อวานขอชิมบ้าง “ร้านที่นี่ขายแก้วละ 39 หยวน ซึ่งข้างนอกเค้าก็ขายประมาณ 30 หยวน” “แต่ในนี้ของอะไรก็แพงกว่าข้างนอกทั้งนั้นแหละ กิน ๆ ไปเถอะ” พี่ชายหันมาบอกเราที่กำลังบ่น

หลังจากน้ำมะม่วงหนึ่งแก้วที่โดนรุมชิมกันครบหมดทุกคนแล้ว พวกเราก็เริ่มเดินเข้ามาข้างใน ลอดประตูเมืองที่ทหารคอยเฝ้า และกันข้าศึกในสมัยก่อน

พอเดินเข้ามาแล้วหันหลังกลับไปมองเห็นคนเดินอยู่ลิบ ๆ ดูท่าทางเราจะต้องขึ้นไปสังเกตุการณ์ดูแลบ้านเมืองกับเค้าบ้างซะแล้ว

แต่ช้าก่อนร้านสตาร์บัคที่อยู่ตรงหน้ากำลังดึงข้าเข้าไป สังก่งสังเกตุการณ์เอาไว้ก่อน ตอนนี้ถึงเวลาเติมคาเฟอีนให้สังขารก่อนหล่ะ

สั่งลาเต้แล้วเดินเข้าไป แต่ไม่วายทำไมมีของพ่วงมาด้วย!! (พวกสาวกแก้วสตาร์บัค😒)

ปลุกตัวเองให้ตื่นอยู่สักพักนึงก็เพิ่งจะเห็นรอบข้างว่านี้เป็นตรอกร้านค้า ขายขนมและอาหาร

ทำให้อดคิดถึงตลาดในหนังกำลังภายในของจีนไม่ได้ ที่พระเอกเดินผ่านเข้ามาในเมืองเพื่อหาอาหาร แต่แล้วก็ดันมาเจอศตรูคู่อาฆาตเข้า เลยต้อง โช้ง เช้ง ๆ ตะหล่งตลาดกระจัดกระจาย (แค่คิดนะ แค่คิด)

มีแม่ค้าอาหมวยที่กำลังจะโดนทำร้าย พระเอกเลยเข้ามาขวาง (มีคิดต่อ) พร้อมซื้อขนมของนางอย่างละ 1 ชิ้น

นี่ขนมของนาง ดู ๆ แล้วคล้ายกับปาท่องโก๋ทอด แต่พอกัดเข้าไปแล้ว หือออ เพิ่มกำลังวังชาให้ฟันกรามยิ่งนัก  กรอบเกรียบน่าดู ด้านในมีใส้หมูโรยอยู่นิดหน่อย ก็อร่อยดี

เอ๊า ในตรอกนี้มีพรรคยาจกคุมอยู่ พร้อมเพื่อนพ้องกำลังฝึกวรยุทธ์กัน 555

Screen Shot 2561-03-26 at 23.02.37.pngและแล้วพวกเราก็มาถึงโรงเตี๊ยมที่กำลังจินตนาการไว้ว่าพระเอกของเราจะต้องเข้าไปดื่มซักจอกสองจอก

หลุดจากจินตนาการอีกทีก็ตอนพี่ชายบอก “เที่ยงละกินข้าว” พร้อมยื่นเมนูอาหารมาให้ อ่าวเห้ย!!! ก็กินมาตลอดทาง (เราได้แต่คิดในใจ)

แต่จะรอช้าอยู่ไย มีคนเปิดแอพ google translate รอพร้อมขนาดนี้ พวกเราเข้าไปนั่งที่โต๊ะ พร้อมเรียก “เซี่ยวเอ้อ รับแขกก” (อรรถรสมะ เอาความจริงคือแค่กวักมือเรียก)

เริ่มจากจานแรก ดูเมนูแล้วชี้จากทางขวา นับลงมา 4 บรรทัด ได้มาเป็นบะหมี่ไก่ เราลองชิมดูน้ำซุปรสชาติจืดเส้นคล้ายหมี่เหลือง

ถัดมาเราชี้ทางขวา นับลงมา 7 บรรทัด บะหมี่โรยถั่วลิสง ถ้วยนี้น้ำซุปรสชาติดีกลมกล่อม เส้นหยุ่นๆ มีเนื้อให้ด้วย

คราวนี้ชี้ทางซ้ายบ้าง นับลงมา 7 บรรทัด ได้ข้าวหลามที่รสชาติเค็มๆ มันๆ อร่อยดีนะเราชอบ

จานสุดท้ายนี้ ไก่ห่อด้วยใบไม้ แนะนำโดยเจ้าของร้านที่เดินมาชี้แล้วบอก “ห่าวซือๆ” (อร่อย ๆ) เราดูแล้วราคาสูงไปสักหน่อย (68 หยวน) แต่ว่า…น้ำย่อยมันเรียกร้อง เลยตอบตกลงทันใด ซึ่งก็ไม่ผิดหวังจริง ๆ เพราะเนื้อนุ่มอร่อยเลย

อิ่มแล้วก็ออกมาจากโรงเตี้ยม เดินเล่นเข้าไปข้างในต่อ อยู่ที่นี่ด้วยบรรยากาศที่พาไปทำให้รู้สึกเหมือนกำลังย้อนอดีต เพราะทุกคนล้วนแต่แต่งกายตามสมัยราชวงศ์ซ่งทั้งนั้น รวมถึงนักท่องเที่ยวหลาย ๆ คนด้วย

โชว์นู่นนี่มีเยอะแยะ ผู้คนเค้าก็แห่ตามไปดู อันนี้เป็นโชว์ยืดเส้นขนมดูท่าทางจะใช้กำลังมากเพราะหนืดและเหนียวเหลือเกิน

พวกเราก็เดินเล่นไปเรื่อย ๆ จนมาเจอป้ายบอกทาง หันมาดูหน่อยแล้วก็เดินต่อไปที่ Happy Castle

โอ๊ะนั่น ปาท่องโก๋ พวกเราชี้กันใหญ่ เพราะอยู่มาหลายวันเพิ่งจะเห็นของแท้ก็วันนี้ แต่คนจีนเค้าเรียกว่า “โหยวเถียว”

ขณะที่สนใจปาท่องโก๋กันอยู่นั้น พวกเราก็ได้ยินเสียงดังมาแต่ไกล นั่นมัน “สถานที่ฝึกวรยุทธ” เรารีบเข้ามาเชียร์ ตรงนี้คงเป็นที่ฝึกการทรงตัว เมื่อก้าวเท้าไปเหยียบไม้อีกท่อนหนึ่ง ตัวเราจะเอนไปมา แต่ใครที่ตกน้ำลงไปไม่ต้องกังวลเรื่องเสื้อผ้าเปียก เพราะด้านข้างนี้เค้ามีเครื่องปั่นผ้าบริการด้วย

จุดใกล้ ๆ กันนี้คือที่ฝึกกำลังแขนยกตัวข้ามเพื่อให้พ้นผ่านแม่น้ำ โฮ่ ๆ ดูแล้วมีคนอยากจะลองเล่นแต่ก็ไม่เล่นสักที นอกจากนี้ก็มีที่ฝึกวิชาตัวเบาด้วย เด็ก ๆ มาเล่นกันเพียบ

เราสนใจการฝึกวรยุทธ์กันอยู่นานพอดู รู้สึกตัวอีกทีเลยคิดว่าจะขึ้นไปข้างบนนี้กันก่อนไปดูโชว์ดีกว่า เราเดินนำเข้าไป

พอเดินเข้ามาในตึกก็เจอทางแยกให้เดินตรงไปกับลงบันได เราเลือกลงบันไดมาข้างล่างนี้ ก่อนจะเดินเข้าไป ก็รู้ว่านี่คือ บ้านผี(จีน)สิง!! ทุกคนพร้อมใจเดินถอยหลังกันออกมาอย่างรวดเร็ว (เท่าที่เห็นที่นี่มีบ้านผีสิงอยู่ 3 ที่)

เดินกลับขึ้นมาชั้นบนแล้วตรงเข้าไปตรงนี้ ด้านในฉายภาพเคลื่อนไหวจากโปรเจคเตอร์ต่อกันบนผนังที่แสดงเรื่องราวการใช้ชีวิตของคนจีนในสมัยก่อน

เรากำลังจ้องดูฝีพายกำลังเร่งพายเรือ แล้วเรือก็ค่อย ๆ ขยับทีละนิด ๆ มันสมจริงมาก

มีของเล่นเหมือนงานวัดบ้านเราด้วย และมีค่าใช้จ่ายในแต่ละอันไป

พวกเราเดินเข้ามาอีกห้อง ทุกอย่างในห้องมีลูกเล่นจากเซ็นเซอร์ที่ฝังอยู่ ตรงนี้ถ้าเราเอามือปัดหิ่งห้อยตรงหน้าต่าง หิ่งห้อยตรงนั้นก็จะกระจายตัวทันที

ข้างๆ กันนั้นมีเครื่องดนตรีชิ้นเอกของจีนวางอยู่ นั่นก็คือพิณนั่นเอง เพียงแค่ดีด ๆ กด ๆ มันก็เริ่มบรรเลงเพลงอันไพเราะแล้ว แหม่ ดูขุ่นแม่เราโชว์ลีลาซะก่อน เอาซะเหมือนเลย

หลังจากบรรเลงเพลงกันแล้ว เราก็เดินขึ้นมาดูชั้นที่ 2 กันบ้าง

ชั้นนี้เป็นวัตถุโบราณในสมัยราชวงศ์ซ่ง

ตลับที่ถูกประดับด้วยเงินและหินอย่างประณีต

หมวกที่ทำขึ้นด้วยเงินแกะสลักทั้งหมด

จากนั้นก็เดินขึ้นมาด้านบนสุด เป็นสถานที่ที่โล่งกว้าง

มีพระองค์ใหญ่อยู่หลายจุด

หลังพระองค์นี้สามารถเดินเข้าไปด้านหลังที่เป็นถ้ำได้ ด้านในมีพระองค์เล็ก ๆ และสะพานที่มีจักรวาลหมุนรอบ

แล้วก็เดินลงมาอีกทางที่ทำเสาลักษณะเหมือนพวกชนเผ่า

อีก 10 นาที จะ 15:30น. ซึ่งเป็นเวลาเริ่มการแสดงโชว์แล้ว พวกเราเลยรีบเดินเข้าไปที่ห้องโถง 1 ที่ระบุไว้ในบัตร

มีพนักงานคอยเช็คตั๋ว และบอกทางไปที่นั่งเหมือนเรากำลังเข้าโรงหนังเลย

วิธีดูที่นั่งของตัวเองก็เริ่มจากดูเลขแถวก่อน แล้วค่อยเดินเข้าไปดูเลขที่นั่งซึ่งจะอยู่ตรงเก้าอี้ (เลขเก้าอี้มีแต่เลขคู่)

โชว์เริ่มต้นแล้ว ทั้งหมดมีประมาณ 5 โชว์ ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.

เป็นโชว์ที่สวยงามตระการตามาก ทำออกมาได้ดี เรามีแอบซึ้งด้วย

ดูโชว์เสร็จแล้ว เราก็นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้เข้าไปเฝ้าเวรยามด้านบนกำแพงเมืองเลยอ่ะ ตอนนี้ราเลยชวนทุกคนให้ขึ้นมาดู

ข้างบนนี้มีปปชุดของฮ่องเต้ และฮองเฮาให้ชม

และสามารถขึ้นไปถ่ายรูปได้ด้วย แต่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ที่นี่เค้ามีชุดให้เลือกและมีตากล้องพร้อม

จากนั้นเราเดินกันลงมาที่ศาลเปาบุ้นจิ้น ไปดูที่ประหารหัวสุนัข ของท่านเปา

แล้วก็เดินมาถึงที่ขายของที่ระลึก

ผ่านมาจนถึงสะพานข้าม มองหันไปดูฝั่งนู้นเป็นที่เราเดินผ่านมาเมื่อเช้านี่นา

หันไปอีกด้าน อ้อ แลนด์มาร์คแห่งหนึ่งของที่นี่ ที่จริง ๆ แล้วเราอยากอยู่ที่นี่ถึงค่ำ ๆ เพราะโคมด้านข้างจะเปิดไฟสะท้อนกับน้ำสวยงามกว่านี้

มองเห็นภูเขาจำลองจุดเด่นของที่นี่

เดินข้ามสะพานกันมาแล้ว

ฝั่งนี้ก็มีอาหารขาย

เราแวบไปเห็นคนขาย ถ่ายรูปเก็บไว้ซะหน่อย

บ้านหลังนี้คนต่อคิวเยอะมาก เราพยายามมองเข้าไปแต่

ทางนี้คนเยอะมากเหมือนกัน

มีท่านลุงมาขายขนม

มีท่านซินแสกำลังเขียนตัวอักษรจีน ดูนิ่งและขลังมาก

นี่บ้านของท่านซินแส

ถนนเส้นนี้เข้าบ้านไปชมได้ทุกหลัง

เราชะเง้ออกไปมองด้านนอกที่พระอาทิตย์กำลังจะตก

เรามาหยุดดูท่านลุงคนนี้ทำเรือเล็ก ๆ ด้วยความประณีต และเงียบสงบ

แล้วเราก็บ้าของเล็ก ๆ ด้วย เลยได้มา 1 ลำ

ซาลาเปารูปสัตว์ต่าง ๆ

ขนมจีบ ซาลาเปาร้อน ๆ จนไอ ขึ้นหน้าเจ้แล้ว

โคมไปจีนลอยอยู่บนฟ้า

ดูเหมือนเก่าจริง ๆ เลย

ข้ามสะพานกลับมาอีกฝั่ง

วิวแลนด์มาร์กที่เราอยากจะมาถ่ายรูปตอนกลางคืน

แสงพระอาทิตย์ส่องอยู่น้อย ๆ ไฟจากโคมไฟยังไม่เปิด

ในถาดนี้คืออะไร มีคนอยากจะได้สักไหนึงเลย

เดินกลับมาที่ป้ายรถเมล์ อีกด้านของถนน

ขากลับคนน้อย ไม่มีใครมาแย่งนั่ง

รถเมล์มาจอดส่งพวกเราใกล้ ๆ ที่พัก จากนั้นเราก็ตรงดิ่งเข้าไป Wulin Market Place ถนนคนเดินใกล้ที่พักเรานั่นเอง เดินไปหยุดตรงที่ 西湖D11 ซึ่งด้านในมีร้านอาหารให้เลือกอยู่มากมาย

พวกเราเลือกร้านนี้ที่อยู่ชั้น 2 ปิ้งย่างหม่าล่าน่าอร่อย

แถมยังเคยได้รับรางวัลด้วย

เราสั่งกันมั่ว ๆ โดยเอา Google Translate ส่องเมนูเช่นเคย

ร้านนี้ไฮเทค เตาสามารถเลื่อนไปมาปิ้งเองได้

พวกเราแค่นั่งรอให้สุกแล้วก็เอาขึ้นมาวางด้านบน

ทุกคนบอกก็อร่อยดีนะ

ของคาวเสร็จก็มาที่ของหวานตรงถนนคนเดินกันต่อ

พร้อมชาไข่มุก ร้านอร่อย

พี่ชายรอคอยพวกเราซื้อขนมด้วย เบียร์ที่บอกว่าอร่อยสุด


ค่าใช้จ่ายต่อคน (11/3/18) 

💰รถเมล์ 6 = 6 CYN

🍛 ค่าอาหาร + ขนม = 129 CNY

💰 ค่าเข้า 310 CNY

🏨 Airbnb the bund 1240 baht


🙂กดไลค์ & แชร์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ🙂

ติดตามรีวิวอื่นๆ ได้ที่ FACEBOOK : Me Diary 


รีวิวท่องเที่ยวจีน

[รีวิวเที่ยวจีน2018] : Day 1 : จากเซี่ยงไฮ้สู่หางโจว >> ร้านอาหาร Xin Bai Lu >> เดินเที่ยวรอบทะเลสาบซีหู >> ศาลากลางน้ำ Jixianting >> ช๊อปปิ้งตลาดเหอฟาง

[รีวิวเที่ยวจีน2018] : Day 2 : ชมซากุระ >> ไร่ชาหลงจิ่ง >> เจดีย์เหลยเฟิง (Leifeng Pagoda)

[รีวิวเที่ยวจีน2018] : Day 3 : เมืองจำลองราชวงศ์ซ่ง (宋城, Song Dynasty Town)

[รีวิวเที่ยวจีน2018] : Day 4 : อู่เจิ้น (Wuzhen Water Town) เวนิส เมืองโบราณจีน

[รีวิวเที่ยวจีน2018] : Day 5 : ล่องเรือซีหู >> กลับเซี่ยงไฮ้

[รีวิวเที่ยวจีน2018] : Day 6 :สวนอี้หยวน>>เฉินหวังเมี่ยว>>พิพิธภัณฑ์เซี่ยงไฮ้

[รีวิวเที่ยวจีน2018] : DAY 7 : เมืองโบราณหนานเสียง >> เก็บสตรอว์เบอร์รี่

[รีวิวเที่ยวจีน2018] : Day 8 : ซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ >>Metro City >> The Bund

[รีวิวเที่ยวจีน2018] : Day 9 : ตลาดหาคู่ >> สตาร์บัคที่ใหญ่ที่สุดในโลก >> ผังเมืองเซี่ยงไฮ้ >> สนามบินผู่ตง

บทความที่เกี่ยวข้องกับจีน

[รีวิวจีน1] : วิธีซื้อตั๋วรถไฟในเซี่ยงไฮ้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s